วัดคณิกาผล: ขอเห็นต่างจากศิษย์ตถาคต

วัดคณิกาผล: ขอเห็นต่างจากศิษย์ตถาคต

           โสเภณีที่สร้างวัดคณิกาผล ถูกมองว่า “ทำบุญเอาหน้า แม้จะเป็นบุญใหญ่ ก็ได้บุญน้อย เงินที่ใช้ได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำบุญที่มีเบื้องหลัง” เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมและคืนศักดิ์ศรีแก่โสเภณีที่สร้างวัดนี้

            ตามข้อมูลใน wikipedia <1> ระบุว่า วัดคณิกาผลเป็นวัดราษฎร์ในมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ตรงกันข้ามกับสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 สร้างในรัชกาลที่ 3 โดยหญิงนางหนึ่งชื่อ “ยายแฟง” เจ้าสำนักโสเภณีอยู่ที่ตรอกเต๊า ถนนเยาวราช ร่วมกับหญิงโสเภณีในสำนักของนางเอารายได้จากการค้าประเวณีมาลงขันกันสร้างวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2376

            ในงานสมโภชวัด ยายแฟงนิมนต์ขรัวโต (ต่อมาได้สมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์: โต พฺรหฺมรํสี) มาเทศน์ฉลอง ขรัวโตเทศน์ว่าเป็นการ “ทำบุญเอาหน้า แม้จะเป็นบุญใหญ่ ก็ได้บุญน้อย นอกจากนี้ ขรัวโตยังว่า เงินของยายแฟงได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ ยายแฟงจึงได้บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยเปรียบเปรยว่า "ในการที่เจ้าภาพได้จัดการทำบุญเช่นนี้นั้น เป็นการทำบุญที่มีเบื้องหลังอยู่หลายประการ เป็นเหตุให้เหมือนกับว่า ในเงินทำบุญหนึ่งบาทนั้น ยายแฟงจะได้อานิสงส์เพียงแค่สลึงเฟื้องเท่านั้น”

            พระไพศาล วิสาโล ยังกล่าวว่า “ยายแฟงสร้างวัดครั้งนี้ ได้ผลอานิสงส์บกพร่อง ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเงินที่สร้างวัดเป็นเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของคนอื่น ที่ไม่ชอบด้วยธรรมเนียม.  . .ยายแฟงไม่ขำ ด้วยมีแต่ความขุ่นเคืองใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยายแฟงก็เห็นจริง ตามที่ท่านว่า จึงไม่โกรธเคืองท่านต่อไป”  ข้อนี้ไม่รู้พระไพศาลอาจเข้าใจไปเองหรืออย่างไร ไม่ปรากฏอ้างอิง <2> แต่ก็มีข้อเขียนอีกแหล่งกล่าวว่าภายหลังยายแฟงยังนิมนต์ทูลกระหม่อมพระ (ต่อมาคือรัชกาลที่ 4) จากวัดบวรนิเวศวิหาร หมายจะได้รับคำชมเพื่อแก้หน้าจากคราวก่อน ปรากฏว่าทูลกระหม่อมพระกลับแสดงธรรมเทศนาทำนองเดียวกับที่ขรัวโตได้เทศนาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ยายแฟงยิ่งน้อยใจหนักกว่าเก่า <3>

            ความเห็นของพระสงฆ์ในกรณีนี้ มีข้อพึงเห็นต่างได้ (ด้วยความเคารพยิ่ง) กล่าวคือ แม้ในสมัยพุทธกาล ก็ยังมีโสเภณีที่บรรลุธรรมปรากฏอยู่หลายท่าน เช่น

            1. อุบาสิกาที่เคยเป็นโสเภณีชื่อนางสิริมาฟังธรรมจนบรรลุโสดาบัน <4>
            2. อัมพปาลี หญิงโสเภณีผู้บรรลุพระอรหันต์และสร้างวัดให้พระพุทธเจ้า ณ เมืองไพศาลี แคว้นวัชชี นางเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ได้ถวายสวนมะม่วงอันเป็นสมบัติของนางให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ในปลายพุทธกาล <5>
            3. พระอภัยมาตา เป็นชาวอุชเชนี แคว้นอวันตี เป็นคณิกาของเมือง เมื่อลูกของนาง (เจ้าชายอภัย) ซึ่งเกิดกับพระเจ้าพิมพิสารออกบวชจนได้เป็นอรหันต์ และได้เทศน์โปรดนาง นางก็เลิกชีวิตคณิกา และออกบวชจนบรรลุอรหันต์เช่นกัน <6>
            4. ท่านวิมลาเถรี เป็นโสเภณีมาแต่กำเนิด คือมีมารดาเป็นโสเภณีมาก่อนตนเอง. . .เป็นคนสวยมาก มีค่าตัวแพง. . .ของแคว้นกาสี <7>
            5. อัฒฑกาสีภิกษุณี บวชแล้วประกาศตัวว่า ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์ บรรลุวิชชา 3 รู้ชาติปางก่อน ตาทิพย์ ทำอาสวะให้สิ้น <8>

            ในสมัยพุทธกาลมีโสเภณีหลายระดับชั้น แต่ไม่เคยมีปรากฏในพระไตรปิฎกเลยว่าพระพุทธเจ้าไปตำหนิหรือดูแคลนนางโสเภณีใดว่าเอาเงินไม่บริสุทธิ์มาสร้างวัด หรือเงินที่ทำบุญไป ได้บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย  พระองค์คงได้แต่อนุโมทนาบุญที่พวกนางสร้างขึ้นต่างหาก  สาวกในยุคหลังหากเป็นศิษย์ตถาคตที่แท้จึงพึงสังวร  ผู้ที่ปล้น ขโมยเงิน-อำนาจวาสนาผู้อื่นมาทำบุญต่างหากที่น่ารังเกียจ

                                   เราต้องยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าตามพระไตรปิฎกด้วยกาลามสูตรเป็นหลัก

อ้างอิง
<1> Wikipedia. วัดคณิกาผล. https://bit.ly/2VLCkUt
<2> พระไพศาล วิสาโล. ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล: บุญของยายแฟง. 23 กันยายน 2558. https://bit.ly/2TprOAQ
<3> ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล. ดอกผลของหญิงงาม (เมือง). https://readthecloud.co/wat-khanikaphon/
<4> Win News. นางสิริมาผู้เลอโฉมโสเภณีผู้บรรลุธรรมในยุคพุทธกาล. https://www.winnews.tv/news/25156
<5> Win News. อัมพปาลี"หญิงโสเภณีผู้บรรลุพระอรหันต์ในยุคพุทธกาล. http://winne.ws/n17822
<6> ส.สีมา. อัมพปาลี-อภัยมาตา-วิมลา-อัฑฒกาสี  อดีตโสเภณีบวชเป็นภิกษุณีสู่ใต้ร่มพระศาสนา. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2553. https://www.silpa-mag.com/history/article_19388
<7> Win News. พระวิมลาเถรี. https://www.winnews.tv/news/26251
<8> กิเลน ประลองเชิง. อัฒฑกาสีเถรี. ไทยรัฐ 27 กันยายน 2560. https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1080984

 
 
 
 
 
 

 

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    1

5 ความเห็น

 
big60

รู้จักบุญก่อน ค่อยบอกว่าได้บุญหรือไม่ได้บุญ ถ้ารู้จักบุญจริงและบอกได้ ก็จะหยุดพูดไปเอง บุญคืออะไร เกิดได้ที่ใหน มีลักษณะอย่างไรขณะเกิด มีองค์ประกอบอย่างไร

...

ถ้าหาเจอ ก็ตอบได้เองว่า ได้บุญอะไร บุญทางสังคมหรือบุญที่เกิดกับใจ บุญที่เกิดกับใจ ที่จริงได้หรือไม่ได้ คนทำเท่านั้นที่จะรู้ ก็ยังงงอยู่ว่าแล้วคนนอกไปรู้แทนเขาได้ไง

...

บุญถ้าทำโดยไม่มีศรัทธาและไม่ได้เกิดที่ใจ ทำตามหน้าที่หรือทำตามประเพณีที่เคยทำ ก็เป็นแค่ความดีทางสังคม เพราะจะไม่เกิดความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นกับจิตใจเลยเฉยๆ

...

แต่คนรอบข้างย่อมมองเห็นว่าชอบทำบุญ ก็ยกย่องสรรเสริญกันไป แต่การยกย่องนั้นก็เกิดเฉพาะที่นั้น ย้ายไปที่อื่นย่อมใม่ตามไปด้วย อาจไปทำบาปก็ได้ เพราะใจดวงเดิม

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    1
 
big60

แต่ถ้าทำด้วยศรัทธา 4 ประการ ย่อมต่างกัน จิตที่มีศรัทธา ย่อมอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง บุญจึงสามารถเกิดได้ในสภาพจิตแบบนั้น โดยมีลักษณะจิตที่อิ่มเอิบ ปีติ เป็นสุข

...

และความรู้สึกนั้น จะอยู่ในจิตใจตลอดไป ตราบได้ที่ยังนึกถึงได้อยู่ นึกถึงคราวได จิตก็ อิ่มเอิบ ปีติ เป็นสุข นั่นแหละบุญที่เกิดกับจิต ติดตามไปได้ทุกที่ เหมือนเงาตามตัว

...

ตามไปก็เพื่อส่งเสริมให้ชีวิตมีความสุข ด้วยการปฏิบัติทุกอย่างตามจิตที่เป็นบุญนั้น ทำให้การงานก็ไม่เสียหาย เงินทองก็ใหลมาเทมา จากการประกอบอาชีพด้วยจิตเป็นบุญ

...

คนที่ทำเท่านั้น จึงจะทราบว่า จิตชนิดนั้นเกิดขึ้นในขณะทำหรือไม่ คนนอกไปรู้แทนได้ยังไงก็ยังงง เรื่องนี้ ยายแฝงเองเท่านั้นถึงจะรู้ว่า ตัวเองได้บุญชนิดใหน

 

 

  • love
    2
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    0
 
Boulevard of Hopes

อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน 

แต่เห็นด้วยกับคุณ big60 ที่ท่านว่า 

คนทำเท่านั้นจึงจะรู้ว่าเ้ป็นแบบไหน 

คนอื่นจะไปตัดสินได้ไง

 

 

 

  • love
    0
  • haha
    1
  • wow
    0
  • sad
    1
 
ปั้นจิ้ม

โถ...คน...

ความจำเป็น และจำใจ ให้เอาก่อน

ฤาให้ห่อน อดตาย ใช่หมูหมา

อนิจจา คนเทียวยัง ชังคณิกา

แล้วยังมา บ่นเธอยับ อัปรีย์จริง...

พวกไม่รู้ ทุกข์คนอื่น เป็นหมื่นแสน

ไม่แร้นแค้น ไม่หนาวต่อ ก่อไฟผิง

ไม่รู้รส มะยมต่าง ตะลิงปิง

เสือกปากลิง จอกแจก เกินแยกฟัง...

คิดเผื่อหรือ คิดแทน คนอื่นบ้าง

เพื่อการสร้าง โลกให้สวย ด้วยแบบผัง

มองโลกนี้ ทุกคนผิด พร้อมเกลียดชัง

พึงระวัง เมื่อตาย เขาขายความ...

จะดีชั่ว ก็เลือกได้ ใครกำหนด

จะกำหนด อย่างใด ก็ใครห้าม

จะสร้างทาง อย่างใด ก็ใครปราม

หากใจย่าม ไม่สนใคร ก๊ใจตัว...

คณิกา กลับบอกว่า เธอชั่วโฉด

แม้โดนโกรธ เขากล่าวหา ว่าเธอชั่ว

ปณิธาน สานสอนมา อย่าไปกลัว

ที่หมองมัว เพราะเขาไม่ เข้าใจเธอ...

อ้าว....อย่าอ่านแล้วเฉยดิ...

เอาหล่ะ ปั้นฯเคยเที่ยว..(เห็นแม๊ะลูกผู้ชายกว่าไอ้ ตู่อีก) แหะๆๆๆ แต่นานจนจำไม่ได้แร่ว...

ใช่เลย

 

 

 

 

 

 

  • love
    1
  • haha
    0
  • wow
    1
  • sad
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

ใช่

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    0