จากกรณีเมื่อปี 2558 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง เครื่องมือควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ โดยระบุว่า การสมควรกำหนดเครื่องมือควบคุมฝูงชน เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี

 

 

 

 

โดยสามารถเลือกใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนได้ ตามอุปกรณ์ที่ระบุไว้ทั้งหมด 48 ชนิด แต่เครื่องมือที่ยังคงเป็นปัญหาถกเถียงในด้านความปลอดภัยอย่างยาวนานคือ "กระสุนยาง" ที่ทั่วโลกต่างจับจ้องหากฝ่ายรัฐบาลเลือกใช้ "กระสุนยาง" เข้าสลายการชุมนุม พร้อมกับตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่ามันคือทางเลือกที่ดีแล้วใช่หรือไม่?

ล่าสุดมีผลการศึกษาเรื่องความบาดเจ็บในการสลายการชุมนุมของ BMJ Journals ปี 2560 พบว่า 3% ของผู้ที่โดนกระสุนยางเสียชีวิตจากการบาดเจ็บ และจากกรณีศึกษาของคนกว่า 1,984 คน พบว่า 15% ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกลายเป็นผู้พิการถาวร โดยส่วนใหญ่มักตาบอด โดยคนกลุ่มนี้ 80% ถูกยิงด้วยกระสุนยางผสมโลหะ นอกจากนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางส่วนใหญ่จะบาดเจ็บสาหัส และในจำนวนนี้ 3% (ราว 51 คน) เสียชีวิต

ศาสตราจารย์ Douglas Lazzaro ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาของ สถาบัน NYU Langone Health กล่าวว่าการยิงกระสุนยางเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในที่กว้างถือเป็นเรื่องประมาท และอันตรายอย่างยิ่ง